กิติพงษ์ รับเหมาถมที่ดินราคาถูก

เรากล้ารับประกันราคา ถูกกว่าที่อื่นแน่นอนครับ วัดพื้นที่ประเมิณราคาฟรี สนใจติดต่อ กิติพงษ์ 089-107-9904

qww

             กิติพงษ์ รับเหมาถมที่ดิน ถมที่ในราคาที่ถูก มีคุณภาพ ถมเสร็จไว พร้อมเครื่องจักรที่ทันสมัย คนงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 10 ปี ยินดีให้บริการ รับประกันราคาที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้า ราคาถูกว่าท้องตลาดแน่นอนครับ รับงานโดยตรงไม่ผ่านนายหน้า 

            ติดต่องานได้ที่ 089-1079904 คุณกิติพงษ์ ยินดีให้คำปรึษา วัดพื้นที่ประเมิณราคาฟรี  ราคาคุยกันได้ครับ ไม่ทิ้งงาน ไม่ส่งต่องาน เรามีบ่อดินที่มีคุณภาพ ที่สามารถนำดินออกได้ตลอดเวลาไว้บริการ ลูกค้า ดินสวยไม่แฉะไม่ปนขยะ พร้อมบดอัดให้พื้นที่ถม สามารถก่อสร้างงานต่อได้เลยทางเรามีชนิดดิน ทุกชนิดไว้บริการ ไม่ว่าจะเป็นดิน ลูกรัง ,หน้าดิน ,ดินถมทั่วไป ,หินคลุก ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด

___________________________________

::::::::::****โปรโมชั่นพิเศษ****:::::::::

สำหรับท่านที่ต้องการถมที่ ในวันนี้ท่านจะได้รับส่วนลดพิเศษ จ่ายในราคาที่ถูกกว่า สามารถลดราคาให้ลูกค้าได้ตามขนาดพื้นที่

****โทรหาเราสิท่านจะได้งานมีคุณภาพและราคาเกินคุ้ม****

(อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

โปรดเชื่อใจและไว้วางใจให้เราบริการท่าน ไม่มีค่านายหน้า ไม่เสียหลายต่อ งานดีมีคุณภาพ เชื่อถือได้ ราคาเกินคุ้ม

 ****ติดต่องานถมที่****

 ::::::::: คุณกิติพงษ์ 089-107-9904 :::::::::

_______________________________________

ชนิดของดินที่มีไว้ไห้บริการ

::::::::: ::::::::

1213313

 ผลงานการบริการเพียงส่วนหนึ่งของเรา

::::::::: ::::::::

01 1

3 04

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 ติดต่องานถมที่ดิน

 คุณกิติพงษ์ 089-107-9904

ที่อยู่: รามอินทรา ซอย 5 แยก 9 ข้าง หมู่บ้าน ภัทรธา

อนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพฯ 10220

ติดต่อสอบถามได้ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 9.00 – 20.00

( ไม่เว้นวันหยุดราชการ )

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ดาวน์โหลด

(รูปประกอบจากgoogle)

รากฐานของบ้าน เป็นส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำโดยตรง จึงมีโอกาสที่จะเสียหายได้มากที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่ควรสังเกตุตรวจสอบ ซึ่งในทางวิศวกรรม การก่อสร้างบ้านหรืออาคารฐานรากมีอยู่สองชนิด คือ ฐานรากที่วางบนดินกับฐานรากที่วางบนเสาเข็ม

หากเป็นฐานรากที่วางบนดินมีโอกาสที่น้ำไหลผ่านไปกัดเซาะดินใต้ฐานรากดังนั้น ภายหลังจากน้ำลดแล้วก็อาจเห็นฐานรากซึ่งเคยฝังอยู่ใต้ดินโผล่ขึ้นมา ตรงนี้อาจมีผลต่อโครงสร้างได้ เนื่องจากเมื่อดินถูกชะไปจะทำให้ฐานรากทรุด และอาจทำให้โครงสร้างสูญเสียการทรงตัวจนพังทลายได้

ฐานรากบนเสาเข็มแบบสั้นๆ การรับน้ำหนักของเสาเข็มอาจจะลดลง เมื่ออยู่ในดินที่ถูกน้ำท่วมก็จะอมน้ำ ซึ้งอาจทำให้กำลังรับน้ำหนักลดลงได้เช่นกัน

ที่น่ากลัวสุดๆคือ กรณีที่บ้านจมน้ำนานและน้ำลึกกว่า 2เมตร แรงดันน้ำจะสูงมาก น้ำอาจมีกำลังมหาศาลที่จะยกบ้านให้ลอยขึ้น แม้จะไม่มากจนเรามองไม่เห็นแต่ถายในพื้นดินบ้านอาจลอยเคลื่อนที่ออกจากฐานรากที่มั่นคง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก

ทั้งหมดท้งปวงเกี่ยวกับโครงสร้างของบ้านหรืออาคารหลงน้ำท่วม กรณีที่เห็นว่าบ้านของเรามีความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็จำเป็นอย่างงยิ่งที่จะต้องปรึกษาวิศวกร เพื่อให้รู้ซึ้งถึงปัญหาจะหาหนทางแก้ไขได้ถูกต้องและรวดเร็วทันท่วงที

ที่มาของบทความ…บ้านจมน้ำ..ซ่อมได้

 ถมดิน,ถมดินราคาถูก,ถมที่,ถมที่ราคาถูก,รับจ้างถมดิน,รับจ้างถมดินราคาถูก,รับจ้างถมที่,รับจ้างถมที่ดิน,รับจ้างถมที่ดินราคาถูก,รับจ้างถมที่ราคาถูก,รับถมดิน,รับถมดินราคาถูก,รับถมที่,รับถมที่ดิน,รับถมที่ดินราคาถูก,รับถมที่ราคาถูก,รับเหมาถมที่,รับเหมาถมที่ดิน,รับเหมาถมที่ดินราคาถูก,รับเหมาถมที่ราคาถูก

ถมดิน,ถมดินราคาถูก,ถมที่,ถมที่ราคาถูก,รับจ้างถมดิน,รับจ้างถมดินราคาถูก,รับจ้างถมที่,รับจ้างถมที่ดิน,รับจ้างถมที่ดินราคาถูก,รับจ้างถมที่ราคาถูก,รับถมดิน,รับถมดินราคาถูก,รับถมที่,รับถมที่ดิน,รับถมที่ดินราคาถูก,รับถมที่ราคาถูก,รับเหมาถมที่,รับเหมาถมที่ดิน,รับเหมาถมที่ดินราคาถูก,รับเหมาถมที่ราคาถูก

(รูปประกอบจากgoogle)

การคิดมาตราส่วนที่ดินแบบไทย

มาตราส่วน ไร่ งาน ตารางวา
มาตราส่วนที่ดินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เวลาเราจะคำนวณที่ดินโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่หลักๆ ที่ปรากฏอยู่บนเอกสารสิทธิที่ดิน คือ ไร่ งาน และ ตารางวา

1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร
100 ตารางวา (400 ตารางเมตร) = 1 งาน
4 งาน( 400 ตารางวา หรือ 1,600 ตารางเมตร) = 1 ไร่

แต่อาจมีเอกสารที่ดินแบบเก่าอาจระบุหน่วยความยาวเป็นเส้นก็ได้ โดย
1 เส้น = 40 เมตร
1 วา = 2 เมตร

ดังนั้นถ้าเรารู้ขนาดพื้นที่หน่วยใดหน่วยหนึ่ง เราก็สามารถแปลงให้เป็นอีกหน่วยได้ดังนี้

1:- การแปลงค่าจาก ตารางวา เป็น ตารางเมตร (ให้คูณด้วย 4)
เช่น 100 ตารางวา = 400 ตารางเมตร ซึ่งเท่ากับ 1 งาน
หรือ 500 ตารางวา = 2,000 ตารางเมตร

2:- การแปลงค่าจาก ตารางเมตร เป็น ไร่ (ให้หารด้วย 1600)
เช่น 2,000 ตารางเมตร = 1.25 ไร่ = 1 ไร่ 1 งาน (เอาเศษที่เหลือ คือ 0.25 คูณ 4 = 1 งาน)
หรือ 3,000 ตารางเมตร = 1.875 ไร่ = 1 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา (เอาเศษที่เหลือ คือ 0.875 คูณ 4 = 3.50)
สรุปคือ ถ้าหารแล้วเหลือเศษ ให้เอาเศษที่เหลือ คูณด้วย 4 ได้เท่าไหร่
ตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะเป็น หน่วย งาน หลังจุดทศนิยมจะเป็น หน่วย ตารางวา

3:- การแปลงค่าจาก ตารางเมตร เป็น ตารางวา (ให้หารด้วย 4)
เช่น 400 ตารางเมตร = 100 ตารางวา
หรือ 1,500 ตารางเมตร = 375 ตารางวา

4:- การแปลงค่าจาก ตารางวา เป็น ไร่ (ให้หารด้วย 400)
เช่น 600 ตารางวา = 1.5 ไร่ = 1 ไร่ 2 งาน (เอาเศษที่เหลือ คือ 0.5 คูณ 4 = 2 งาน)
หรือ 950 ตารางวา = 2.375 ไร่ = 2 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา (เอาเศษที่เหลือคือ .375 คูณด้วย 4 = 1.50)
สรุปคือ ถ้าหารแล้วเหลือเศษ ให้เอาเศษที่เหลือ คูณด้วย 4 ได้เท่าไหร่
ตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะเป็น หน่วย งาน หลังจุดทศนิยมจะเป็น หน่วย ตารางวา

5:- การแปลงจากไร่ เป็น ตารางวา (ให้คูณด้วย 400)
เช่น 5 ไร่ = 2,000 ตารางวา

6:- การแปลงจากไร่ เป็นตารางเมตร (ให้คูณด้วย 1,600)
เช่น 5 ไร่ = 8,000 ตารางเมตร

ซึ่งสูตรเหล่านี้จะกลับไปกลับมาระหว่าง ไร่ งาน ตารางวา และตารางเมตร

อนึ่ง สำหรับมาตราส่วนไทยๆที่พบในเอกสารที่ดินเก่าๆ อาจจะมีหน่วย เส้น วา ศอก ซึ่งสามารถแจกแจงได้ดังนี้

1 เส้น  = 20 วา  =  40 เมตร
1 วา    = 4 ศอก =   2 เมตร
1 ศอก = 0.5 เมตร
ที่มาของบทความ…http://www.homed4u.com

homedecorthai-20111123151204-1001788995

(รูปประกอบจากgoogle)

1.ปลวก

2.ท่อประปา แตก รั่ว

3.หลังคารั่ว

4.ถูกลุกล้ำพื้นที่

5.อันตรายจากสภาพแวดล้อม

6.สร้างฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคาร

7.กำลังมัปัญหาถูกเวนคืน

8.บ้านมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง

9.เอกสารสิทธิติดภาระผูกพัน

10.มีปัญหาเรื่องความชื้นภายใน

11.ปัญหาพื้นดินชั้นล่างต่ำ&มีปัญหาการระบายน้ำ

12.มีปัญหา & ข้อจำกัดในการพัฒนาจากผังเมือง

ที่มาของบทความ…หนังสือเทคนิคเลือกซื้อบ้านสำหรับมือใหม่

Infographic-ตึกแถว4ชั้นครึ่ง

(รูปประกอบจากgoogle)

1.ต้องเป็นทำเลในย่านคมนาคมที่สะดวกสบาย เข้าถึงง่ายอยู่ในย่านชุมชนที่สามารถประกอบกิจการค้าได้ทั้งวันทั้งคืน

2.ดูความสามารถในการสร้างรายได้หรือทำธุรกิจว่าทำได้มากน้อยเพียงใด ตึกไหนยิ่งทำมาค้าขายทำเงินได้ดีกว่า ก็จะมีราคาสูงมากกว่าตามไปด้วย

3.ดูว่าตัวตึกแถวสนองตอบการใช้ปรโยชน์และความต้องการของเจ้าของได้มากน้อยเพียงใด

4.ต้องเป็นทำเลที่มีแนวโน้มเจริญขึ้นเรื่อยๆ และมีคนอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาของบทความ…หนังสือ เทคนิคเลือกซื้อบ้านสำหรับมือใหม่

 

 design-room-5

   (รูปประกอบจากgoogle)

    คงไม่มีใครปฏิเสธว่ากรขายบ้านเป็นภารกิจอย่างหนึ่งที่ทำได้ยากแสนยาก หลายคนประกาศขายบ้านมาหลายปีแล้วก็ยังขายไม่ได้สักที บางคนอาจเปลี่ยนไปใช้วิธีฝากขายกับนายหน้า หรือจูงใจด้วยการลด แลก แจก แถม แต่จนแล้วจนรอดก็ยังขายบ้านไม่ได้อยู่วันยังค่ำ

ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากการขายบ้านให้ประสบความสำเร็จนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์เข้ามาช่วย ใครก็ตามหากไม่มีความรู้หรือความชำนาญเพียงพอ แค่เพียงเรื่องขายบ้านให้ได้เพียงอย่างเดียวก็ถือว่ายากเย็นแสนเข็ญเต็มทนแล้ว ไม่มีโอกาสคิดต่อถึงเรื่องการจะขายให้ได้ราคาดีแต่อย่างใด

ในแวดวงอสังหาริมทัพย์มีเทคนิคอย่างหนึ่งที่อาจนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยให้การขายบ้านทำได้ไวขึ้น แถมได้ราคาดีขึ้นอีกด้วยต่างหาก เทคนิคดังกล่าวก็คือ “การจัดแต่งบ้านเพื่อขาย(Staging)”

เทคนิคนี้เป็นแนวคิดสมัยใหม่ที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการขายบ้านมือสองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง และถือเป็นเทคนิคหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศสว่ามีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้จากการสำรวจของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์สหรัฐพบว่า บ้านที่ผ่านการจัดแต่งบ้านเพื่อขายอย่างเหมาะสมจะช่วยร่นระยะเวลาในการฝากขายกับนายหน้าลงได้ถึง 1 ใน 3 ถึงครึ่งหนึ่งของระยะเวลาปกติที่จะขายบ้านได้ และยังช่วยให้สามารถขายบ้านราคาสูงขึ้นได้ถึง 10-15%

และจากการสำรวจยังพบว่า ในช่วงที่ตลาดบ้านซบเซาอันเป็นช่วงที่การขายบ้านทำได้ยากลำบาก บ้านที่ขายได้ลำดับแรก 9ใน 10 หลังจะเป็นบ้านที่ผ่านการจัดแต่งบ้านเพื่อขายมแล้วทั้งสิ้น

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีงานวิจัยในสหรัฐจำนวนมากค้นพบว่า ผู้ซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่ต้องการบ้านที่ดูเหมือนบ้านใหม่ในโมเดลที่บริษัทผู้สร้างบ้านนำเสนอโชว์กับลูกค้าด้วยกันทั้งนั้น

และยังค้นพบความลับอีกอย่างหนึ่งในการตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง ที่หลายท่านฟังแล้วอาจไม่เชื่อหูตัวเองเลยทีเดียว นั่นคือแรงจูงใจหลักในการตัดสินใจซื้อบ้านของคนส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากความประทับใจเมื่อแรกเห็น (First Impression) นั่นคือเกิดขึ้นภายในเสี้ยว 15 วินาที แรกเมื่อได้พบเห็นบ้านเป็นสำคัญ

ที่มาของบทความ… หนังสือ เทคนิคเลือกซื้อ บ้าน สำหรับมือใหม่

20060210-1024x604

(รูปประกอบจากgoogle)

    ในชีวิตหนึ่งเราคงไม่ได้มีโอกาสสร้างบ้านกันบ่อยนัก ฉะนั้นเราจึงไม่ค่อยรู้จักกลุ่มคนเหล่านี้หากไม่มีธุระต้องติดต่อด้วย “บ้านและสวน โฮมโพล” ฉบับนี้จึงขอถามว่า “เมื่อคุณจะสร้างบ้านสักหลังจริงๆ และต้องการใช้บริการจากนักออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก มัณฑนากร หรือนักจัดสวน คุณจะหาคนเหล่านั้นจากที่ไหน”ซึ่งผลสรุปออกมาดังนี้

51% ให้ญาติพี่น้องหรือเพื่อนที่อยู่ในสายอาชีพนี้ออกแบบให้

15% หาตามหนังสือออกแบบและตกแต่งบ้าน

13% ให้เพื่อนแนะนำ

11% หาในอินเทอร์เน็ต

10% หาตามงานอีเว้นต์

คนส่วนใหญ่เลือกที่จะให้คนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือเพื่อนเป็นผู้ออกแบบให้ เพราะคิดว่านอกจากความรู้ความสามารถที่ต้องมีแล้ว ความไว้วางใจก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยหวังว่าคนที่รู้จักกันดีจะไม่ทิ้งงาน หรือออกแบบบ้านของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ เราคงไว้ใจคนรู้จักกันได้มากกว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนทีนี้มาดูกันว่า การว่าจ้างนักออกแบบมีอะไรที่ควรคำนึงถึงบ้าง

 

รู้จักกันดี แต่ก็ต้องมีค่าจ้างให้เขา

มีไม่น้อยที่ “ความรู้จักกัน” ก่อให้เกิดปัญหาตามมา มีหลายคนให้ความเห็นว่า การว่าจ้างคนรู้จักจะได้ต่อรองราคาได้ถูกๆ นั่นอาจเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญน้อยที่สุดครับ เพราะแม้จะรู้จักกัน แต่นักออกแบบมีค่าใช้จ่ายในการทำงาน ผู้ว่าจ้างต้องเข้าใจว่าการที่เขาคนนั้นมาออกแบบบ้านให้เรา เขาก็เสียโอกาสที่จะไปทำงานอื่นที่สร้างรายได้ให้เขาเช่นกัน การลดราคาให้เจ้าของบ้านเป็นพิเศษจึงน่าจะเป็นความพอดีที่ทุกคนรับได้ อย่าถึงกับต้องทำให้ฟรีๆเลยครับ

หากเลือกใช้บัณฑิตจบใหม่ อาจต้องมีผู้รู้อีกคนช่วยดูแล

เจ้าของบ้านหลายคนมอบหมายให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เพิ่งศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกแบบบ้านให้ ข้อดีคือเราอาจได้ไอเดียที่แตกต่างจากเด็กรุ่นใหม่ แต่เขาอาจไม่มีประสบการณ์คุมงานหรือตรวจงานก่อสร้าง ซึ่งการมีความรู้หน้าที่การงานน้อยก็ส่งผลถึงแบบที่อาจมีข้อผิดพลาด หรือที่เรียกว่า “แบบหลุด” หากตั้งใจจะให้บัณฑิตใหม่เป็นผู้ออกแบบบ้านให้ ก็ควรหาผู้รับเหมาที่มีความรู้ ความสามารถ หรือหาสถาปนิกที่เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลอีกขั้นหนึ่ง น่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่แบบจะหลุดหรือก่อสร้างไม่ถูกต้องได้

แม้รู้จักกันก็ควรขออดูผลงานที่ผ่านมาด้วย

ซึ่งจะเป็นสิ่งการันตรีความสามารถของนักออกแบบคนนั้นได้ดีที่สุด นอกจากนี้อาจสอบถามว่าบ้านหลังนั้นๆมีประเด็นหรือปัญหาอะไรที่น่าสนใจหรือไม่ เรียกว่าเป็นการชวนคุยเพื่อที่เราจะได้วิธีการทำงาน รวมถึงข้อดีข้อด้อย ของนักออกแบบคนนั้น หากเห็นว่ามีความพร้อมดีก็ร่วมงานกันได้ตามความสะดวก แต่หากคิดว่าประสบการณ์ยังน้อยอาจจะมีปัญหา ก็ปฏิเสธการว่าจ้างได้ เพียงแต่ต้องคุยให้เข้าใจก่อนการตกลงใดๆ ส่วนนักออกแบบก็ควรคำนึงถึงความสามารถของตนเองด้วยว่าจะทำงานได้ตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้านหรือไม่ อย่ารับงานใหญ่เกินตัว เพราะจะมีแต่ผลเสียหากทำได้ไม่ดี

นักออกแบบที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนใช่ว่าไม่น่าว่าจ้าง

ข้อนี้อยู่ที่เรื่องของจังหวะและเวลาหรือที่เรียกว่าโชคด้วย ต้องยอมรับว่านักออกแบบทั้งดีและไม่ดี บางคนหาจากอินเทอร์เน็ต แต่พอคุยแล้วถูกชะตาก็ว่าจ้างให้ออกแบบสร้างบ้านจนเสร็จปัจจุบันนักออกแบบและเจ้าของบ้านกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปเลยก็มี จงเชื่อในความรู้สึกของตัวเองเวลาที่คุยกับนักออกแบบว่าเขา “ใช่” หรือเปล่าผมว่าทุกคนน่าจะรับรู้ได้ ขอให้พบนักออกแบบที่ตรงใจครับ

ที่มาของบทความ…หนังสือบ้านและสวน ปีที่39 มีนาคม2558 ฉบับบที่ ๔๓๖ สังสรรค์ในสวนสวย

 

 

ff

(รูปประกอบจากGoogle)

เรื่องเสร็จที่ ๒/๒๕๓๘

กองเจ้าของเรื่อง สำนักจัดการที่ดินของรัฐ (กองสำรวจและควบคุมที่ดินของรัฐ)

ประเด็นพิจารณา

การที่เทศบาลเมืองลำพูนได้รับอนุมัติจากกรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินราชพัสดุฯแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ลพ ๓๖๓ บริเวณเชิงสะพานท่าข้าม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ลำพูน เพื่อให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงเดิมโดยมีเงื่อนไขตาม ข้อ ๕ จะถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่จะดำเนินการถอนสภาพได้หรือไม่

มติคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมที่ดิน ครั้งที่ ๑๑/๒๕๓๗ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๓๗

การที่เทศบาลเมืองลำพูลได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ใช้ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ ลพ ๓๖๓ บริเวณเชิงสะพานท่าข้าม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน เพื่อให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนที่ดินสาธารณปรโยชน์แปลงเดิม โดยมีเงื่อนไขตามหนังสือจังหวัดลำพูน ที่ ลพ 000๓/๓0๑๗ ลงวันที่ ๒๒ ๒๕๓๔ ถือไม่ได้ว่าเทศบาลเมืองลำพูน ได้จัดหามาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ทั้งนี้เนื่องจากที่ดินที่จัดหามาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนจะต้องเป็นที่ดินที่ราษฎรสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้เป็นการถาวรตลอดไปโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ทำนองเดียวกับการใช้ประโยชน์ร่วมกันในที่ดินที่จะทำการถอนสภาพ

ที่มาของบทความ…หนังสือ 108 ปัญหา กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

  1304_20140726123436727354_thumbnail600x600 (1)

(รูปประกอบจากgoogle)

  ที่กล่าวมาแล้วเป็นภาพกว้างของปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดความเป็นไปของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยรวม แต่หากพุ่งเป้ามาที่ที่ดินเปล่าดูบ้าง จะพบว่า ที่ดินปล่าว มีลักษณะแตกต่างจากอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปอยู่พอสมควร

ที่ดินถือเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับกันมานานแล้วว่าเป็นตัวชี้เห็นถึงความมั่งคั่ง (wealth) ของผู้เป็นเจ้าของ ทั้งนี้ในสมัยโบราณการเป็นเจ้าของที่ดินยังถูกใช้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นความแตกต่งระหว่างชนชั้นสูง (Aristocracy) กับประชาชนโดยทั่วไปด้วย

    สังคมยุคแรกๆ จะนิยมยึดเอาผลผลิตที่ผลิตได้จากที่ดินที่สามารถนำมาขายได้มาใช้เป็นต้ววัดมูลค่าของที่ดิน ซึ่งแนวคิดนี้ในปัจจุบันก็ยังคงใช้ได้อยู่ เพียงแต่มิติใรการพิจารณากว้างขวางกว่าแต่ก่อนมากเพราะการเป็นเจ้ของที่ดินในปัจจุบันไม่เพียงใช้ประโยชน์ในการการเพราะปลูกเลี้ยงสัตว์ได้ ยังสามารถใช้ประโยชน์อื่นๆได้อีกกว้างขวาง

  ในแง่การลงทุนแล้วศักยภาพการใช้ประโยชน์ของที่ดินถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่เป็นตัวกำหนดมูลค่าความเป็นไปของที่ดินแปลงนั้นๆซึ่งปกติประสิทธิผลในการใช้ประโยชน์ที่ดินมักจำเป็นต้องใส่เงินทุนและแรงงานเข้าไปร่วมด้วย จึงจะทำให้เกิดสินค้าและบริการที่มีมูลค่าขึ้นได้

โดยทั่วไปแล้วความมั่งคั่งจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ตกมาถึงเจ้าของผู้ถือครองที่ดินจะเกิดขึ้นได้จากการใช้ประโยชน์ในรูปลักษณ์ต่างๆดังต่อไปนี้

1.การเพราะปลูก (cultivation) เช่น ธัญพืช พืชผัก ผลไม้ ป่าไม้ และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

2.ทำเหมือง (Mining) เช่น ถ่านหิน ปุ๋ย ดินเหนียว หิน และแร่ โลหะต่างๆ

3.การขุดเจาะ (Drilling) เช่น น้ำมัน แก๊ส น้ำ หรือไอน้ำ                            

4.การพัฒนา (Development) เช่น พัฒนาจัดสร้างเป็นบ้านร้านค้า โรงงาน ระบบคมนาคมขนส่ง ระบบสานณูปโภคและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจต่างๆ

ที่มาของบทความหนังสือ ลงทุนที่ดิน&การเลือกทำเลอสังหาริมทรัพย์

art_303112

(รูปประกอบจาก google)

เรื่องเสร็จที่ ๑๔/๒๕๒๗๘ช-๒๕๓๖

กองเจ้าของเรื่อง สำนักมาตราฐานการทะเบียนที่ดิน (กองทะเบียนที่ดิน

ประเด็นพิจารณา

หนังสือจังหวัดสมุดสงครามที่รับรองว่าได้มีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จะถือเป็นการระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนองตามนัยมาตรา ๗๔๔ (๑) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณฺชย์ หรือไม่

มติคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมที่ดิน ครั้งที่ ๕/๒๕๓0 เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓0

หนี้ที่ประกันยังไม่ระงับจะจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองโดยอาศัยหลักฐานคำฟ้องสัญญาประนีประนอมยอมความ คำพิพากษาตามยอม และหนังสือรับรองของศาลไม่ได้

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๔๔ (๑)

มาตรา ๗๔๔ อันจำนองย่อมระงับสิ้นไป

(๑) เมื่อหนี้ที่ประกันระงับสิ้นไปด้วยเหตุประการอื่นใดมิใช่เหตุอายุความ

(๒) เมื่อปลดจำนองให้แก่ผู้จำนองด้วยหนังสือเป็นสำคัญ
(๓) เมื่อผู้จำนองหลุดพ้น
(๔) เมื่อถอนจำนอง
(๕) เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองตามคำสั่งศาลอันเนื่องมาแต่การบังคับจำนองหรือถอนจำนอง
(๖) เมื่อเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้นหลุด

ที่มาของบทความ…หนังสือ 108 ปัญหา กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

9594_1424564944_2_th

(รูปประกอบจากGoogle)

เสร็จที่ ๕/๒๕๓๗

กองเจ้าของเรื่อง สำนักจัดการที่ดินของรัฐ (กองสำรวจและควบคุมที่ดินของรัฐ)

ประเด็นพิจารณา

กรณีที่ผู้รับสัมปทาน ตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ มีความจำเป็นต้องใช้ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันแต่พลเมืองเลิกใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียม ผู้ได้รับสัมปทานดังกล่าวจะต้องดำเนินการขออนุญาตตามมาตรา ๙ (๑) แห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่

มติคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมที่ดิน ครั้งที่ ๖/๒๕ภจ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๗

การอนุญาติให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน เพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมตามตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติปิโตเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ นั้น ไม่อยู่ในบังคับตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินแต่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอซึ่งเป็นผู้ดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ ที่จะพิจารณาอนุญาต โดยต้องปฎิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท 0๖๗๔/ว ๓๗๕ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๑๑ และที่ มท 0๖๗๔/ว ๒0๘ ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๒ แต่ควรที่จะได้คำนึงด้วยว่าการอนุญาตดังกล่าวจะต้องไม่ขัดต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เคยวินิฉัยไว้เมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๓๔ ทั้งนี้ทำนองเดียวกับมติคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมที่ดิน ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๓๖ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๖

ที่มาของบทความ…หนังสือ 108 ปัญหากฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง